Street Life ในกรุงเทพฯ

posted on 28 Jan 2009 22:23 by groovybee

           ฉันชอบกรุงเทพฯ 

           มันเป็นเรื่องที่ไม่เท่ไม่คูลเอาเสียเลยที่จะยอมรับว่าฉันพึงพอใจจะอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เมืองที่การจราจรติดขัดระดับโลก เต็มเปี่ยมไปด้วยควันพิษและเสียงเซ็งแซ่น่าหนวกหู รู้ทั้งรู้ว่ากรุงเทพฯมันไม่น่าอยู่สักเท่าไหร่ แต่ถ้าให้เลือกได้ ฉันกลับเลือกที่จะอยู่ที่นี่ ฉันไม่เคยรู้สึกอยากจะอยู่ที่ไหนที่สงบกว่านี้ หรือที่ใดที่หรูหราไฮโซมากกว่านี้ ต่อให้ฉันชอบศรีสัชนาลัยแค่ไหน หรือใฝ่ฝันถึงมหานครนิวยอร์กเพียงใด ฉันก็ยังจะเลือกอยู่ที่กรุงเทพฯแห่งนี้ต่อไป(อย่างไร้สาระเป็นที่สุด)

           เมื่อก่อนฉันก็ไม่เคยจะเข้าใจว่าเพราะอะไรและไม่อยากจะยอมรับเสียด้วยซ้ำ แน่นอนมันทำให้ฉันเสียลุค เพราะใครหลายคนอาจจะมองว่าฉันเสพติดแสงสีในเมืองกรุง แต่ฉันไม่ได้เลือกอยู่ที่นี่เพราะสยามพารากอนหรือถนนข้าวสาร ทั้งหมดคงเป็นเพราะฉันเองเป็นคนยึดติดกับสิ่งเดิมๆมากเกินไป ฉันชอบที่ที่ฉันคุ้นเคย และรู้สึกอุ่นใจเสมอเมื่อได้อยู่กรุงเทพฯ เพราะมันเปรียบเสมือน บ้าน ของฉัน

           ฉันกำลังจะต้องจากบ้านไปนานถึง 2 ปี ไปเมืองที่ใครหลายคนบอกว่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่ากรุงเทพฯมากโข แต่การไปอยู่ในอากาศที่สบาย  สังคมที่เป็นระเบียบ และเมืองที่สงบกว่า ท่ามกลางผู้คนที่เราไม่เคยรู้จักและเข้าด้วยลำบาก มันก็คงจะเหงาอยู่พิลึก แต่เพื่อความก้าวหน้าในชีวิต(ในแบบที่แม่คิด) ฉันก็คงต้องอยู่และเรียนปอโทให้จบ เพื่อให้แม่สบายใจ

           จริงๆแล้ว ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าอยากอยู่กรุงเทพฯมากกว่าที่ไหนๆ ก็เมื่อตอนที่รู้ตัวว่าอีก 2 สัปดาห์กว่าจะต้องไปโผล่หัวที่ เพิร์ธ แล้ว มันคงเป็นความรู้สึกของคนที่กำลังจะต้องจากบ้านไปอยู่คนเดียวในเมืองแปลกหน้า รู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ก็ฉันไม่เคยอยู่คนเดียวเลยสักครั้ง...

           วันนี้ฉันตากแดดบนรถเมล์อย่างที่เคยเพื่อจะที่จะไปหาเพื่อนบริเวณในเมือง (ฉันเป็นเด็กชานเมือง บ้านอยู่ริมกรุงเทพฯ แถวบ้านมีทั้งฝูงควาย,วัว,แพะ และแกะ!!) รถติดน่าหงุดหงิดเหมือนเช่นทุกวัน แต่พอฉันเดินทางถึงสี่พระยาในเวลาที่แดดร่ม ฉันก็สัมผัสได้ว่า กรุงเทพฯ ไม่ได้มีแต่ส่วนที่น่ารังเกียจอย่างที่ใครหลายคนคิด ฉันมีความสุขเพียงแค่นั่งเรือข้ามฟากเจ้าพระยาในตอนเย็นย่ำ ถึงแม้จะเทียบไม่ได้กับแม่น้ำลำธารห้วยหนองคลองบึงหรือเขื่อนสวยๆแบบธรรมชาติที่ต่างจังหวัด แต่มันก็เป็นความสุขเล็กๆที่ฉันจะหาได้ในเมืองแห่งควันพิษนี้ ฉันมีความรู้สึกแบบนี้กับหลายสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นสะพานสกายวอร์ค ที่ทำให้ฉันได้มองเห็นต้นไม้ที่สายตาป่ายปีนไปไม่ถึงหากเดินอยู่ข้างๆรถติดบนพื้นดิน มองลงมาเห็นวัดปทุมที่แทรกตัวอย่างสงบอยู่ระหว่างห้างพารากอนกับเซ็นทรัลเวิร์ลพล่าซ่า ผ่านพระพรหมให้บรรจงยกมือไหว้ และหากเป็นช่วงเทศกาล ไฟหลากสีที่ถูกจัดให้ระย้าด้วยแสงระยับ ก็ดูสวยดีจากมุมสูงๆที่มองลงไป นี่แหละ ความสุขเล็กน้อยของคนกรุงเทพฯ

           ฉันก็เหมือนคนอื่นที่ชอบไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศถ้ามีโอกาส แต่ฉันก็รู้สึกพอใจกับแสงสีในกรุงเทพฯ เมืองที่ไม่สงบแต่ก็ไม่ไฮโซสักเท่าไหร่นี้ มันแค่เป็นชีวิตแบบเดียวที่ฉันคุ้นเคย อย่างน้อยมันก็เป็นที่ที่มีพ่อแม่ มีครอบครัว มีเพื่อนๆและมีบ้านเล็กๆของฉันตั้งอยู่ในมุมเล็กๆของมัน 

          ส่วนเสี้ยวความรู้สึกของฉันที่เขียนไว้ในหน้านี้ มันอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ค่ำคืนนี้ทำให้ฉันนึกถึงเพลงๆหนึ่ง ที่พูดถึงชีวิตที่คุ้นเคยกับแสงไฟบนถนนและดนตรียามค่ำคืนของผู้หญิงคนนึง อย่างเพลง Street Life ของ The Crusaders ที่ร่วมร้องโดย Randy Crawford ในสมัยนั้นเธอเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก เรียกได้ว่าเพลงนี้ของ The Crusaders ได้แจ้งเกิดให้กับ Randy Crawford อย่างเป็นทางการ เพราะเพลงนี้ติดอันดับต้นๆบนชาร์ตทั้งอเมริกาและอังกฤษในปี 1979 เพลงกลิ่นดิสโก้ ของวงโซลแจ๊สวงนี้ มีความหมายมากสำหรับฉัน เพราะเป็นเพลงที่พ่อฉันบอกเสมอว่าแม่ชอบฟังมากตอนที่กำลังอุ้มท้องฉันอยู่ (มิน่าถึงได้เกิดมาดำปานชะนี้) แม่ไม่ใช่คนชอบฟังเพลงมากนัก และเกลียดเพลงหลายๆเพลงที่พ่อฉันชอบฟัง แต่เพลงนี้เป็นเพลงเดียวที่พ่อและแม่ของฉันจะนั่งฟังด้วยกันทุกวันตอนที่ฉันดิ้นอยู่ในท้องโตของแม่  


Street Life - The Crusaders

 

I still hang around neither lost nor found  Hear the lonely sound of music in the night               Nights are always bright    That's all that's left for me, yeah
I play the street life
Because there's no place I can go
Street life, it's the only life I know 
Street life, and there's a thousand cards to play
Street life, until you play your life away


You let the people see Just who you wanna be
And every night you shine
Just like a superstar

That's how the life is played
A ten cent masquerade
You're dressed, you walk, you talk
You're who you think you are

Street life, you can run away from time
Street life, for a nickel or a dime
Street life, but you better not get old
Street life, or you're gonna feel the cold

There's always love for sale
A grown-up fairy tale
Prince charming always smiles
Behind a silver spoon

And if you keep it young
Your song is always sung
Your love will pay your way
Beneath the silver moon


 


           ผู้หญิงในเพลงนี้มองเห็นข้อเสียและส่วนที่น่ารังเกียจของชีวิตที่เธออยู่ แต่เธอก็ยังยืนยันจะใช้ชีวิตแบบนี้ที่นั่น อาจจะเป็นเช่นเดียวกับฉัน เพราะฉันยอมรับว่าบางครั้งฉันก็เบื่อกรุงเทพฯเอาเสียมากๆเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ฉันก็อยู่เลือกจะอยู่ที่นี่อยู่ดี (แหละวะ) 555

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 29 Jan 2009 21:26:20 by GroovyBee

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://prhnolhtpeokqij.com">hanupogikkfxchc</a> http://hdkjgievrkgxqnt.com [url=http://yzwmmhayywunbgw.com]kxdkbnrbccqdrmp[/url]

#14 By sfohdibrbd (94.102.52.87) on 2010-06-14 07:00

มันคือบ้านครับ
อ่านแล้วทั้งซึ้งและเศร้าแฮะ

โชคดีกับการเดินทางจ๊ะ

#13 By ปิงกรู on 2009-04-16 11:55

เขียนต่อก็รออ่านต่อครับ

อิๆ


^_____^

#12 By sansanae on 2009-02-15 12:28

ไปอยู่ออสเตรเลียแล้ว

แล้วยังเขียนลง DDT ต่อมั้ยครับ


^_________^

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ


#11 By sansanae on 2009-02-14 23:05

Hot!
จากหนังเรื่องหนึ่ง...
"กรุงเทพฯ เมืองที่มีคนเหงามากกว่าเสาไฟฟ้า"

ผมก็รักกรุงเทพฯ ครับ
แม้ผมไม่ใช่คนกรุงเทพฯ
แม้กรุงเทพฯ จะเอา เพื่อน, แฟนของผมไป
ผมก็รักกรุงเทพฯ ครับ
...
กรุงเทพฯ สอนอะไรหลายอย่างแก่ผมทั้งดี และไม่ดี

#10 By i-chit on 2009-02-13 21:33

ผมก็ชอบกรุงเทพ


ปล.ตามลิ้งค์มาจาก DDT

#9 By sansanae on 2009-02-10 17:40

นั่งรถตู้กลับจากเชียงใหม่
ไม่เจอรถติดเลย
นั่งสะเทือนตูดกันจนระบม
พอได้เห็นรถติดแถวรัชดาก็ร้อง
เย้~~~~

อา...ถึงบ้านแล้ว
ที่ไหนจะดีเท่าที่บ้าน
ถ้าเราเรียกที่นั่นว่าบ้าน
ก็ถือได้ว่าเป็นที่ที่วิเศษที่สุดสำหรับเราแล้ว
^^

#7 By skiixy* on 2009-01-30 23:19

หนอนๆไม่อยากให้ไมโลไปเลยจริงๆ




กูเครียด!!

#6 By หนอนเน่า (202.90.121.186) on 2009-01-30 16:21

เอ่าเราก็เด็กกรุงเต๊ปเหมือนกันอ่ะ
เมืองที่มีความหลังตั้งแต่เกิด
I LOVIN BKK!

#5 By snakiesh (125.24.128.132) on 2009-01-30 15:15

เศร้าว่ะ ทำไมกูอ่านแล้วเศร้า Hot! Hot! Hot!
อ่ะกูให้ สนองความเศร้า

#4 By IwalkTheLine on 2009-01-29 14:39

big smile บทเพลงที่เคยได้ยินผ่านผนังท้องแม่
ส่วนเราคงได้ยินเพลง wonderfull life ของ black น่ะ

...

ไปอยู่นู่นน่ะระวังร้องไห้ขี้มูกโป่งคิดถึงกทม.นะจ๊ะ
open-mounthed smile
ลัทเวีย คือ ประเทศในกลุ่มบอลติก(ติดทะเลบอลติก) ทวีปยุโรป
เพิ่งเป็นอิสระจากรัสเซียเมื่อปี 1991 นี่เ

#2 By HoRo ... ll on 2009-01-29 02:02

ตอนนี้อยากกลับกรุงเทพฯ มากเลยถึงเราจะไม่ได้เป็นเด็กกรุงเทพฯ ก็เถอะ
แต่คิดถึงกรุงเทพฯ มาก


ไปอยู่นู่นก็ขอให้เจอแต่ผู้คนดีๆ นะคะ big smile

#1 By HoRo ... ll on 2009-01-29 00:28