ฝนตกอีกแล้ว...

           

            ฉันยืนพิงกระจกกั้นที่นั่งของรถไฟฟ้า มองออกไปนอกประตูทั้งที่มันมองไม่ค่อยจะเห็นอะไรนอกจากสายฝนเพราะไม่รู้จะเก็บสายตาไว้ที่ไหน รถไฟฟ้าวิ่งฝ่าความหนาวเย็นภายนอก เหล่าเม็ดฝนปลิวด้วยแรงลมกระทบหน้าต่างเป็นเส้นแนวนอน ภายในรถไฟฟ้าเองก็หนาวจากแอร์ที่เป่าลงตรงกลางศีรษะเป็นมั่นเหมาะ ฉันยืนกอดอกห่อไหล่ลู่เนื่องด้วยไม่สามารถขยับไปยืนที่อื่นที่จะสบายกว่านี้ได้ ในรถไฟฟ้าตอนสามทุ่มกว่านี้คนไม่เยอะนัก แต่ก็ไม่ถึงกับโล่งเสียทีเดียว

            แน่นอนฉันไม่เคยปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปกับสายฝน โดยไม่เปิดเพลงย้อมใจเป็นแน่แท้ ในหูของฉันตอนนี้มีเพลงดังจากไอผอดลูกรักอยู่เต็มสองหู วันนี้ฉันไม่ได้เจ็บปวดทรมานกับฝน ด้วยมันยังไม่ดึก และฉันก็อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายในสถานที่สาธารณะเยี่ยงนี้ ฉันกลับรู้สึกเยียบเย็นข้างใน ยิ่งฟังเพลงก็ยิ่งรู้สึกอินและอ่อนไหว บางครั้งฉันคิดว่าฉันใช้คำว่า อ่อนไหว มากเกินไปในบล็อกของฉัน แต่ฉันไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรที่จะมาแทนความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตัวฉันเวลาฟังเพลงต่างๆที่ทำปฏิกิริยาโดยตรงกับภายในตัวฉัน แถมคำว่า อ่อนไหวของฉัน ยังมีหลายแบบหลายความหมายอีกต่างหาก และแบบที่เกิดในวันนี้ มันมักจะเกิดขึ้นเมื่อฉันได้สัมผัสกับดนตรี เมโลดี้ เนื้อร้อง และเสียงร้องที่ล่องลอยผสานกับสายฝนข้างนอกอย่างลงตัว

 

 

I can run, I can race for hours and hours
And don't stop
I can float I can fly us to the highest  mountain top

I can breathe you, I can drink in your laugh
I can... I can live on your smile I can trip and if I can fall into your arms I can
Stay there my whole life

 

 

            เพลง For Real ของ Amel Larrieux คือเพลงที่ฉันฟังแล้วได้อารมณ์เหมาะกับบรรยากาศฝนตกในตอนนี้ที่สุด เพราะฉันรู้สึกว่าเสียงของ Amel Larrieux นั้นเหมือนสายฝน  ใช่แล้ว ฉันเคยเขียนว่า Chaka Khan นั้นคือผู้หญิงที่มีเสียงเหมือนสายหมอก แล้วจะแปลกหรือ หากฉันจะบอกว่า Amel นั้นเป็นผู้หญิงที่มีเสียงเหมือนสายฝน และมันไม่ใช่เพียงแค่เสียงเท่านั้นที่ฉันรู้สึก ทุกเมโลดี้ของเธอก็เหมือนเม็ดฝนที่พร่างพราวลงจากฟ้า

 

 

I can live
I can love
I can be better with you,
For real
I can hear
I can feel
I can see
I can tell
You are for real

 

 

            Amel เป็นศิลปินที่มีอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ เพลงของเธอไม่เหมือนใครและไม่มีใครกล้าจะเหมือน ทุกเพลงที่เธอขับร้องเหมือนเกิดมาเพื่อเธอเท่านั้น บางครั้งฉันฟังเพลงของเธอแล้วยังอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอแต่งมันออกมาเพื่อให้เธอร้องได้คนเดียวหรืออย่างไร ทั้ง Melody ที่สวย เหมาะเจาะ และลงตัวอย่างแปลกประหลาด ทั้งท่อนร้องและท่อนอิมโพรไวซ์ที่พอดีและไพเราะอย่างน่าอัศจรรย์ แต่แค่เท่านั้นคงยังไม่ทำให้เธอแตกต่างจากนักร้องหญิงทั่วไป หากไม่มี Rhythm ในแบบของเธอเองที่ทำให้เพลงของเธอมีเสน่ห์น่าสนใจและน่าค้นหา บวกกับ Dynamic ของเธอที่อาจจะเป็นเหตุผลหลักๆที่ทำให้การร้องเพลงของเธอเหมือนสายฝนในความรู้สึกของฉัน

 

 

I can stare; I can memorize your face, your hands, your hair
Every part of you I can cut off any loose ends and not even wanna keep a few
I can speak to you so honestly I can't even run any game
I can hear a million angels singing in my ears
When I say your name

 

            ผสานกับเนื้อหาของเพลงนี้ มันเป็นเพลงรักที่ไม่มีเนื้อเรื่องอื่นๆ นอกจากพร่ำเพ้อถึงความรักที่มีต่อคนรักอย่างล่องลอย แปลกเหลือเกินที่เวลาแต่งเพลงฉันมักจะพยายามคิดเนื้อหา และเล่าเรื่องเสียมากมาย แต่เพลงที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ความรู้สึกในยามที่อ่อนไหวมากที่สุด กลับเป็นเพลงที่ไม่ได้มีเนื้อหามากมาย อย่างเช่น เพลงนี้ เพียงแค่พรรณนาถึงความรู้สึกที่ตัวเธอมีต่อคนรักด้วยถ้อยคำเปรียบเปรยในแบบต่างๆ ถึงแม้จะเป็นการใช้ภาษาที่สวยงามสวิงสวาย แต่กลับให้ความรู้สึกที่สัตย์ซื่อและจริงใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันรู้สึกอินกับเนื้อเพลงแบบนี้ได้ก็คงเป็นเพราะฉันเองก็เป็นคนที่หมกมุ่นกับความรักในแบบนี้เช่นเดียวกัน

 


I can't smile, can't dream like a child
Can't feel safe in this wide world without you
I can't go can't disturb this flow
Can't begin to know what I would do
I can't see, can't find strength to be
Rather not be me without you
I can't deal, I can't even feel, without you I'm not real

 

 

            ถึงแม้ความรู้สึกจริงๆอาจจะไม่เว่อร์เท่าในเพลง แต่ฉันเข้าใจ Amel การที่จะแต่งเพลงรักสักเพลงหนึ่ง คงจะต้องงัดเอาความน้ำเน่าทั้งหมดที่มีออกมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ฉันไม่เคยนึกอยากเปลี่ยนตัวเองที่น้ำเน่าและคลั่งรัก (ตามชื่อที่หัวบล็อก) เพราะอยากน้อยมันก็ทำให้ฉันได้เขียนอะไรแบบนี้ออกมา ได้แต่งเพลงที่อ่อนไหวออกมา และได้อินกับเพลงแบบนี้ได้อย่างถึงกึ๋น

            Amel Larrieux เป็นศิลปินหญิงที่มากความสามารถ เธอเคยประสบความสำเร็จในฐานะดูโอวง Groove Theory ที่มีเพลงฮิตหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น  Tell Me, Keep Trying หรือ Baby Luv  ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกชื่อว่า Infinite Possibilities ในปี 2002 แล้วตามด้วย Bravebird (2004) ที่มีเพลง for Real อยู่ในอัลบั้มชุดนี้ ตามด้วย Morning (2006) และล่าสุดกับอัลบั้มเพลงสแตนดาร์ด Lovely Standard (2007) เธอคืออีกหนึ่งศิลปินตัวจริงที่ไม่ควรมองข้าม

            ถึงสถานีอ่อนนุชเสียแล้ว พอเขียนถึงตรงนี้ฉันก็นึกได้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องราวของฉันมีฉากเป็นรถไฟฟ้า แต่ต่างกันที่ในวันนั้นเป็นเพียงอากาศหนาวที่สัมผัสผิวเนื้อ วันนี้แถมความเปียกฉ่ำมากับความเย็บเยียบ แขนเสื้อของฉันชุ่มน้ำฝน แต่พยายามเอากระเป๋ามาปิดหัวไว้เพื่อกันไม่ให้ป่วย แน่นอนว่าฉันเก็บไอผอดเรียบร้อยแล้ว แต่เพลง For Real ของ Amel Larrieux ยังดังอยู่ในหัวฉันพร้อมกับเสียงฝนจากภายนอกที่หล่นลงมาอย่างไม่ขาดสาย

 

 

เอ้า รีบๆฟังซะ ก่อนมันจะกลายเป็น 30 วิ  555

 

 

 

อันนี้แบบแสดงสด

 

 

 

ป.ล. เป็นไงล่ะ อัพสองอันติดกันเลยทีเดียว 5555

 

 

 

 

 

edit @ 1 May 2008 00:11:12 by GroovyBee

Comment

Comment:

Tweet

อ้อ คงไม่กล่าวถึงประวัติ เพราะไม่ได้มีความตั้งใจจะทำให้มันเป็นเรื่อง
เป็นราวไปทางดนตรีขนาดนั้นน่ะ

จะเป็นแนวพูดให้คิดมากกว่า

#15 By Payut Jittham on 2008-07-03 23:26

ไอ้บ้า รู้สึกจะรักษานานเหลือเกินนะ
มาเขียนได้แล้ว

#14 By Payut Jittham on 2008-07-03 00:07

Amel เด็ดมากพี่ก้อชอบ xD กรี๊ดๆๆๆ

ลืมพาสเป็นชาติแนะ กว่าจะจำได้ -_-''

#13 By deathdoll on 2008-06-04 02:32

เพลงบางเพลงก็ไม่ได้กินใจเพราะเนื้อหาที่ยืดยาวหรอกนะ บางเพลงสั้น ๆ กับดนตรีเพ้อ ๆ หน่อยก็กินใจละ big smile
'เพลงที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ความรู้สึกในยามที่อ่อนไหวมากที่สุด กลับเป็นเพลงที่ไม่ได้มีเนื้อหามากมาย'

เห็นด้วยเลยครับ
ความจริงความเรียบง่ายนี่แหละ เป็นจุดเริ่มของจักรวาล

#11 By ปิงกรู on 2008-05-14 23:30

I can... I can live on your smile I can trip and if I can fall into your arms I can
Stay there my whole life

อืมมมมมม

ดูหม่นน้อยกว่า tamia ว่ะconfused smile

#10 By maybetomorrow on 2008-05-09 01:01

confused smile confused smile big smile
้ำ
hello.
ผมยังไม่ตายนะ แก้ข่าวด้วย

#9 By chubbyhole on 2008-05-07 19:31

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก คิดถึงป้าาาาาาา

เขียนเก่งเหมือนเดิมนะเนี่ย

#8 By tam (118.173.191.108) on 2008-05-03 09:52

เออ เพราะว่ะแก

เราชอบพวกเสียงที่ไม่แหบทุ้ม มาก

แหม อ่านที่แกพรรณาแล้ว เหมือนยกฉาก ณ ตอนนั้นมาวางไว้รอบๆเราเลย โอบอุ้ม จนรู้สึกอ่อนไหวไปจริงๆ

#7 By น้ำหนึ่ง (124.120.84.206) on 2008-05-01 23:00

สายฝนก็ให้เกิดความรู้สึกได้หลากอารมณ์จริงๆ เลยนิ big smile

#6 By ~NuDeE~ on 2008-05-01 15:46

หายไปนาน เลยเน้อ
แต่ก็กลับมาพร้อมเพลงเพราะๆ เย้ๆๆ
cry

#5 By chenlee on 2008-05-01 11:04

มึงหายไปไหนอีคาร์โก้.....

เป็นไงมั่งวะ อัพเดตดิ๊??

#3 By iuvday on 2008-05-01 00:49

ฟังได้สามสิบวิอีกละsad smile

#2 By daranee on 2008-04-30 23:02