1. ในวันที่ฝนตก

 

All I hear is raindrops

              falling on the rooftop....

 

         ฉันตื่นขึ้นมากับเสียงฝนที่หล่นกระทบบานหน้าต่างและหลังคาเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ นอนกลิ้งฟังมันสักพัก ดังบ้าง เบาบ้าง หนักบ้าง ซาบ้าง แต่ดูทีท่าว่าจะยังไม่หยุดง่ายๆ  ลุกขึ้นเปิดม่านออกดูเห็นหยดน้ำพร่างพรายเกาะกระจก แต่ละหยดค่อยๆ ไหลลงสู่เบื้องล่างอย่างช้าๆ ฉันเดินไปนั่งหน้าเครื่องเล่นซีดี เปิดเพลง Officially Missing You แค่เพียงเพราะฉันรู้สึกว่า เพลงนี้ของ Tamia มันช่างเหมาะกับเวลาที่ฝนตกเหลือเกิน ฉันฟังเพลงนี้ในบรรยากาศปกติอยู่บ่อยครั้ง แต่ในยามที่ฟังประกอบกับเสียงฝน มันจะเพราะขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

But I guess it's safe to say, baby

Safe to say that I...

 

I'm officially missing you

 

 

ฟังเพลงท่อนนี้ประสานกับเสียงสั้นยาวของฝน คงอดทำให้คิดถึงใครสักคนไม่ได้ ใครบางคนที่ว่าผุดขึ้นในใจอย่างไม่ได้ตั้งตัวนัก

 

          ฉันยอมรับว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ฉันรู้สึกอ่อนไหวจนถึงขั้นกล้าใช้คำว่า อ่อนแอ ได้ ตั้งแต่ฉันต้องออกจากงานที่สำนักพิมพ์แสงแดด ด้วยเหตุผลที่ว่า ฉันไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านการเขียน รวมถึงด้านอาหารที่คงไม่สามารถจะพัฒนาได้ในเวลาอันใกล้ ฉันก็รู้สึกหมดไฟอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเขียนบล็อก เขียนกลอน หรือเขียนเพลงใหม่ รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรก็ไปไม่ได้ไกล ทั้งการเขียน และเรื่องดนตรี

 

เพลง Officially Missing You ยังคงดังปกคลุมห้องนอนของฉัน...

          แต่มือฉันเอื้อมหยิบบทความที่ปรินซ์ไว้ในกระดาษเอสี่ปึกบางๆ ตัวหนังสือที่ปรากฏหราอยู่บนหน้ากระดาษผลิตจากคุณ ปราบดา หยุ่น เป็นคอลัมน์ ดนตรีที่มีเสียงน้ำตา ที่ประจำอยู่ในนิตยสาร สารคดี ฉันไม่ใช่แฟนสารคดีแต่เป็นแฟนหนังสือคุณปราบดาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทันจะรู้ตัวนัก เรื่องที่ฉันถืออ่านอยู่นี้ชื่อ การมอดไหม้ที่ไพเราะของผลไม้ประหลาด คุณปราบดาเขียนถึง บิลลี่ ฮอลิเดย์ ได้อย่างละเอียดอ่อนและทิ่มแทง นี่เป็นรอบที่สองที่ฉันหยิบมันมาอ่าน เพราะฉันจำได้ว่าครั้งแรกที่อ่าน หัวใจของฉันเหมือนถูกบีบ บีบแน่นจนฉันต้องหลั่งน้ำตาให้กับความปวดร้าว

 

         "เธอยืนสงบนิ่งอยู่บนเวทีและถูกห้อมล้อมด้วยความมืดทะมึนที่คล้ายเป็นกำแพงกั้นขวางระหว่างร่างโดดเดี่ยวของเธอกับโลกภายนอก" คือคำที่คุณปราบดาใช้บรรยายการแสดงสดของบิลลี "ผู้คนในที่นั่งต่างจดจ้องมองไปยังจุดเดียว แล้วหยุดหายใจเพื่อฟังการขับขานของเสียงหม่นเศร้า เสียงชองความปวดช้ำยับเยินทีค่อยๆแตกเป็นรอยร้าวก่อนการปรากฏของเปลวไฟ..." ยิ่งอ่านฉันยิ่งจมดิ่งในความเศร้าอย่างไร้สาเหตุ คำของคุณปราบดากระเทาะเปลือกของฉัน จนเหลือเพียงความเปราะบาง ฉันไม่กล้าฟังเพลงของบิลลี่ ในขณะที่อ่าน....

 

          ชีวิตของบิลลี่ ในวัยเด็กจนโตช่างเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน จนตัวเธอเหมือนเป็นเครื่องสะสมความปวดและระบายมันออกมาเป็นเสียงเพลงให้มวลมนุษยชาติ จนมันกลายมาเป็นความปวดแบบสาธารณะ ตั้งแต่เพลงรักร้าวระหว่างชายหญิง จนไปถึงเพลงอย่าง Strange Fruit ที่เธอร้องร่ำถึงศพคนผิวสีที่ถูกห้อยไว้ตามต้นไม้ เปรียบเสมือนผลไม้ประหลาด จากบทกวีบันทึกเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงในอดีต ฉันอ่านเนื้อเพลงเหล่านั้น โดยไม่ได้ปิดเพลงของ Tamia

 

I thought that from this heartache, I could escape
But I've fronted long enough to know
There ain't no way


And today I'm officially missing you

 

ฉันอยากเขียนหนังสือ แต่เขียนไม่ออก

และเลือกจะฟังเสียง Tamia แทนเพลงของ Billie Holiday ในเวลานี้

แต่ฉันก็เหมือนจะร้องไห้...

 

 

 

    2.   ในวันที่ฝนไม่ตก

 

          แสงอาทิตย์แรงเจิดจ้าแผดลงมาอย่างไร้ปรานี  ฉันเดินไปขึ้นรถเมล์ในเวลาสี่โมงกว่าแต่แดดยังระอุ คนที่ยืนรอรถเมล์ทุกคนทำหน้าเหมือนภายในกำลังเดือดพล่าน หน้าตาของฉันบิดเบี้ยวไม่แพ้คนอื่น แต่พยายามเอาเพลงยัดใส่หูเพื่อดับร้อน กว่า 113 จะมา ฉันก็ยืนเหงื่อโทรมกายราวกับเป็นเซ็นเตอร์ของทีมบาส

 

           ขณะนั่งตากแดดอยู่บนรถเมล์สายเก่า ฉันปิดเพลง Officially Missing You ที่ไม่เพราะเท่าเมื่อวานเนื่องจากบรรยากาศไม่เป็นใจ หันมาเปิดเพลงร็อคอย่าง The Bellrays ที่เรียกตัวเองว่าเป็น พังค์ร็อคกลิ่นโซล ด้วยสไตล์ที่คล้ายร็อคในยุค 80s และเสียงนักร้องนำคนดำที่มีความเป็นโซลผสมอยู่ในความร็อค เพลงของพวกเขาจัดจ้าน เก๋ไก๋ แต่เสียงเพลง Have a Little Faith in Me ในอัลบั้ม Have a Little Faith (2006) ของพวกเขาที่เปิดอยู่ตอนนี้เป็นเพลงสบายๆกว่าเพลงอื่นในอัลบั้ม เพลงอื่นๆนั้นมักจะคึกคักและดังกระหึ่มจนฉันต้องลดวอลลุ่มลงเล็กน้อย

 

They say time
knows where we're going
I wish time
would stop right here

 

          ในที่สุดฉันก็มาถึงสยามแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง Always ภาคสองกำลังรอคิวฉายให้พวกเราดูอยู่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ฉันนัดกับเพื่อนในเวลาหลังเลิกงานอย่างฉิวเฉียด ขณะที่กำลังรอเพื่อนอยู่ ฉันยังคงฟังเพลงของ The Bellrays และฉันยืนมองโปสเตอร์ของ Always II หน้าโรงหนังอย่างใจลอย ดูไปมันช่างคล้ายภาคหนึ่งทั้งภาพ สีและความรู้สึก เมื่อสองปีที่แล้วที่ได้ดูภาคหนึ่ง ฉันจำได้ว่ารู้สึกอบอุ่นและประทับใจ ถึงแม้ตอนนี้เนื้อเรื่องในสมองมันชักจะเลือนลางเต็มทีแล้วก็ตาม 

 

 

ฟ้าค่อยๆมืดลงทุกทีแล้ว ฉันปิดเพลงเมื่อริงโทนเพลงดรีมเกิร์ลส์ดังขึ้นมากระทบโสตประสาท เพื่อนของฉันมาถึงแล้ว และเราก็เดินเข้าไปรับความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ตกดินที่โตเกียวในโรงภาพยนตร์ลิโด้

 

คงไม่ดีนักหากฉันจะเล่าเรื่องหนังที่เพิ่งเข้ามาไม่นาน ให้คนมาอ่านต้องด่า

 

          แต่การได้ดูหนังเรื่องนี้ฉันยอมรับว่าภาคสองที่คนบอกว่าไม่พีคเท่าภาคแรกกลับมากระแทกใจฉันอย่างจัง ฉันร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่ในฉากที่ ซุซูกิกล่าวกับประธานว่า เคยอ่านงานของเขาหรือยัง ?  และถึงกับสะอื้นที่ทุกๆคนต่างก็ควักหนังสือของเขาออกมา หนังสือที่ไม่ได้รางวัลแต่มันไม่ได้ไร้ค่า ค่าทางจิตใจของคน ที่อย่างน้อยยังมีคนกลุ่มนึงจะสามารถซึบซับอารมณ์ร่วมกับผู้เขียนและร้องไห้ไปกับเขา ถ้าคนกลุ่มนั้นยังมี รางวัลก็ไม่สำคัญเลย และคำพูดบางคำของคนบางคนก็ไม่ใช่ตัววัดคุณค่าของมันเช่นกัน

 

I swore that we'd get out alive
You wouldn't surrender
Hey baby
have a little faith in me

 

          ฉันดูหนังจบแล้ว และอยากเขียนหนังสือ วันนี้ฉันจึงกลับมาอัพบล็อกอีกครั้ง ฉันเริ่มขีดเขียนเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ไม่ปะติดปะต่อเรื่องนี้ และเป็นครั้งแรกที่ฉัน เขียน ตั้งแต่ได้รับคำว่า ไม่มีความรู้พื้นฐานทางการเขียน และ ควรไปทำอย่างอื่นที่เหมาะกว่านี้ วันนี้ฉันกลับมาเขียนพร้อมกับความอ่อนไหวที่สะสมมานับแต่วันที่ฉันออกจากงาน

 

นั่งนึกถึงเรื่อง Always 2,  ฉันเปลี่ยนเพลง Have a Little Faith ของ The Bellrays กลับมาเป็น Officially Missing You อีกรอบนึง 

 

 

แรกอุษา

10 เม.ย.51

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ  : เพลง Officially Missing You อยู่ในอัลบั้ม More (2004) เป็นอัลบั้มชุดที่ 3 ของ Tamia

 

และถ้าใครอยากอ่านที่คุณปราบดาเขียนถึงบิลลี่แบบเต็มๆ เข้าที่ลิงค์นี้

http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=692

หน้าเวบของ สารคดี นะจ๊ะ

แล้วก็ www.myspace.com/thebellrays  เข้าไปดูวงนี้เหอะ เชียร์มาก 555

 

 

 

 

 

 

 

Officially Missing You แบบ Live นะ ชอบมาก

 

 

 

อันนี้ Billie Holiday นะ เพลง Good Morning Heartache

จริงๆเพลง Strange Fruit ก็มีใน Youtube นะ เป้น Live ด้วย แต่มันหดหู่เกินไป กูไม่ไหวว่ะ เลยเลือกอันนี้มาแทน

 

 

 

อันนี้ The Bellrays เพลง Fire on The Moon

 

 

 

อะ สุดท้าย Always  Sunset on the Third Street 2 !!

 

 

 

 

 

ป.ล. ถ้าอ่านดูแล้วมันสะเปะสปะไปหมดก็อย่าแปลกใจ บอกแล้วว่าเมดเล่ย์ 5555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 16 Apr 2008 01:48:14 by GroovyBee

Comment

Comment:

Tweet

ป้าผึ้ง R&B หุหุหุหุหุ

#13 By เด็กชายตั้ม (118.173.190.69) on 2008-04-18 18:40

แวะมาสาด ตอนเค้าเลิกเล่นกันละ 555+



ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ


เปียกยัง ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ


ฮ่าฮ่าฮ๋า sad smile ดอกมะลิ

#12 By BumBiM (202.29.5.210) on 2008-04-17 09:05

แค่ชื่อเพลงก็น่าสนใจแล้วครับ officially missing you. แต่ตอนนี้ขอ officially splashing you ซักขันสองขันก่อนนะครับขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ confused smile

#10 By Ripley on 2008-04-15 13:14

ฟื้นยัง..กับฝันที่เริ่มใหม่ จารึกเส้นทางมากมาย ของนักฝัน

#9 By Restless Storm on 2008-04-14 09:48

ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ มารับน้ำเย็นๆ กะมะลิหอมๆ ให้เย็นสดชื่นหน่อยนะคะ surprised smile

#8 By ~NuDeE~ on 2008-04-12 21:55

โดนบังคับบบ

#7 By pOOn (125.26.148.198) on 2008-04-12 18:26

กูก็คิดถึงเมิงอย่างเป็นทางการ เมิงเขียนหนังสือได้อ่อนโยนว่ะ
กูไม่มีทางเขียนอะไรออกมาอย่างนี้ได้

#6 By gallantfoal on 2008-04-12 00:25

เข้าไปฟังมาแล้ววงที่บอกน่ะ มันส์ดี

ว่าแต่ผึ้งอ่านมูราคามิยัง เป็นไงมั่งbig smile

#5 By daranee on 2008-04-11 21:36

กูไม่ค่อยกล้าฟังเพลงนี้ตอนฝนตกว่ะ หม่นหมองประคองอารมณ์เกินไป แต่กูชอบเพลงนี้สุดขาดใจดิ้นนะ

#4 By maybetomorrow on 2008-04-11 21:13

เขียนเลยสาวน้อย ข้ารออยู่ ไม่ว่าจะบ่มอารมณ์หรือแบบทานได้เลย ก็ขอให้ออกมา...จากความฝัน

#3 By Restless Storm on 2008-04-11 18:30

อ้าว กูมีความหวังนะดิว 5555

#2 By GroovyBee on 2008-04-11 15:48

หม่นเศร้า...
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีเมฆดำอยู่เหนือหัวตลอดเวลา

#1 By dewdogdag on 2008-04-11 10:29