เพลงของวง Sharon Jones and The Dap-Kings ดังก้องปกคลุมบรรยากาศทุกอณูของห้องนอน ห้องที่เมื่อสองนาทีที่แล้วยังคงเงียบและเหงาแต่บัดดี้เติมเต็มด้วยความคึกคักของดนตรีฟังก์กลิ่นเก่าในยุคสมัยใหม่ ถือเป็นวิธีขับไล่ความอ่อนไหวที่มาผิดเวลาได้อย่างดีเยี่ยม

            ฉันเจอวง Sharon Jones and The Dap-Kings โดยบังเอิญทางอินเตอร์เน็ตเช่นเดียวกับอีกหลายวงและหลายศิลปิน แต่ครั้งแรกที่ฉันได้ยินเพลงของพวกเขา ฉันก็เชื่อเสียสนิทใจว่าวงนี้คงเป็นวงจากยุคเซเว่นตี้เป็นแน่ ทั้งเพลงฟังก์สุดเปรี้ยวแถมด้วยโซลที่เพราะน่าฟัง ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกหลงใหลในวงโซลฟังก์ นี้มากขึ้นกว่าเดิม ฉันอดรนทนไม่ไหว ต้องเสิร์ชอินเตอร์เน็ตหาข้อมูล และสิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจมากก็คือ อัลบั้มชุดแรกของเขาออกมาในปี 2002 และชุดล่าสุดก็เพิ่งออกมาปี 2007 นี้เอง!!

            วง Sharon Jones and The Dap-Kings มาพร้อมกับสำเนียงและซาวด์ยุค 70s ที่ได้ความรู้สึกของเนื้อในที่เข้มข้นของยุคนั้น (1) และไม่ใช่เพียงแค่ฉันเผลอเข้าใจไปเองแบบนั้น ดีเจมาร์ค รอนสัน โปรดิวเซอร์ชื่อดัง ก็เคยนำเพลงของพวกเขาไปแซมเพิ่ล โดยที่คิดว่าเป็นไวนิล 45 (2) และพอเขาได้รู้ว่า Sharon Jones and The Dap-Kings นั้นเป็นวงยุคปัจจุบันที่ยังคงทำเพลงกันอยู่ เขาจึงบุกไปเคาะประตู Daptone Record สตูดิโอที่เป็นของพวกเขาเอง และมี Dap-Kings เป็นวงประจำบ้าน ดีเจมาร์ค รอนสัน ติดต่อให้พวกเขามาเล่นแบ็คอัพให้กับ Amy Winehouse ในอัลบั้ม Back to Black และร่วมทัวร์กับเอมี่ในสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จเมื่ออัลบั้มนี้คว้ารางวัลแกรมมี่ได้ถึงห้ารางวัล

            คงไม่ท้าวประวัติวงกันให้มากความนัก (3) เพราะที่ฉันอยากจะพูดถึงมากที่สุดไม่ใช่พวก dap-kings เรื่องราวที่ฝังใจฉันคือวันนี้ของ Sharon Jones ต่างหาก เพราะเบื้องหน้าคนหนุ่ม 8 คน มีหญิงผู้หนึ่งที่เต็มที่กับการแสดง ทั้งร้องอย่างสุดมันส์และเต้นอย่างสุดเหวี่ยง ซึ่งปีนี้เธออายุ 51 ปีแล้ว

            อัลบั้มชุดแรกของวงชื่อว่า Dap Dippin With Sharon Jones and The Dap-Kings ออกมาในปี 2002 ในสไตล์ฟังก์แบบ James Brown  ก่อนจะตามด้วยชุดที่สอง Naturally ในปี 2005 ที่มีทั้งฟังก์แบบมีสีสันมากขึ้นและโซลเพราะๆมาผสม ก่อนจะตามด้วยชุดที่สามเป็นชุดล่าสุด 100 Days, 100 Nights ในปี 2007 ที่มีส่วนผสมที่ลงตัว เพลงค่อนข้างนุ่มนวลมากขึ้น และเป็นอัลบั้มที่ทำให้พวกเขาเริ่มเข้ามาใกล้กระแสหลักได้มากกว่าที่เคยเป็น ขณะนี้ตัวชารอน โจนส์ เองก็กลายเป็นที่จับตามอง และเป็นที่ต้องการ เธอร่วมงานกับศิลปินหลายต่อหลายคน ทั้ง Jay-Z, The Roots, Rufus Wainwright และถึงขนาดที่ Lou Reed และ Denzel Washington มีปัญหากันเพื่อแย่งตัวเธอ ในขณะที่ Lou ต้องการเธอไปเป็นแบคอัพในทัวร์ของเขา และ Denzel ต้องการให้เธอร่วมแสดงกับเขาในภาพยนตร์เรื่องใหม่ The Great Debaters (4) ในที่สุด Sharon ตัดสินใจเลือกไปแสดงภาพยนตร์ของ Denzel ซึ่งในเรื่องนี้เธอได้แสดงเป็นนักร้องและได้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์ถึง 6 เพลง แต่กว่าที่จะมีวันนี้ ชีวิตในการตามฝันของชารอน ไม่ได้เป็นไปด้วยความราบรื่นเลยแม้แต่น้อย

            Sharon Jones อยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่ยุค 70s และ 80s แต่ทุกครั้งที่เธอจะไปออดิชั่นหรือสมัครร้อง เธอมักจะได้รับคำปฏิเสธเพราะเธอไม่มีภาพลักษณ์ที่พวกเขาต้องการ พวกเขามักกล่าวว่า เธออ้วนไป ดำไป เตี้ยไป และเมื่อผ่านอายุ 25 แล้ว - แก่ไป  เธอพยายามอยู่หลายครั้งจนตัดใจกลับมาเป็นนักร้องที่โบสถ์ตามเดิมซึ่งเธอเรียกตัวเองว่าเป็น Wedding Singer

            เธอมีความสุขกับงานร้องเพลงวันแต่งงานมากกว่าการไล่ล่าความฝันที่แห้งแล้ง แต่แล้วในวันหนึ่งที่ไม่คาดคิด ความฝันอันเดิมนั้นก็ได้ผลิบานอีกครั้ง ด้วยค่าย Desco Records มาพบกับเธอและนำเธอไปร้องเป็นแบคอัพให้กับวง The Soul Providers ก่อนจะที่ลมแห่งโชคชะตาจะพัดพาให้เธอได้มาอยู่กับค่าย Daptone (5) และได้มาเป็น  Sharon Jones and The Dap-Kings ในที่สุด

            "ร้องเพลงในงานแต่งงานก็เป็นงานที่ฉันรักเช่นกัน แต่เพลงเหล่านั้นจะเป็นเพลงโคเว่อร์ ฉันต้องเป็น Aretha, ฉันต้องเป็น Otis แต่เวลาที่อยู่กับ The Dap-Kings ฉันคือ Sharon Jones!" ชารอน โจนส์กล่าว หลังจากการรอคอยอันยาวนานในที่สุดเวลาของเธอก็ได้มาถึง ในยุคก่อนเก่าอย่างยุค 70s และ 80s ภาพลักษณ์อาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญในธุรกิจดนตรี แต่ในยุคสมัยปัจจุบันผู้คนคงไม่ต้องใส่ใจกับมันอีก เพราะการแสดงสดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของเธอนั้น มันบดบังความไม่สูงไม่สวยของเธอจนไม่มีใครเห็นเรื่องเหล่านั้นอยู่ในสายตา

            ห้องของฉันยังคงคึกคักด้วยเสียงเพลงของ Sharon Jones and The Dap-Kings ฉันนั่งคิดเรื่องชารอนแล้วรู้สึกยินดีกับเธอในขณะเดียวกันก็กลัวว่าตัวเองจะต้องรอคอยนานถึงเพียงนั้น ไม่มีประโยชน์สำหรับการประกวด af หรือ the star เพราะฉันไม่ใช่นักล่าฝัน เป็นเพียงแค่นักตามฝันเท่านั้น ฉันไม่เคยคิดรีบเร่งไล่ล่า ขอแค่เดินตามมันไปเรื่อยๆ แต่ฉันจะไม่หยุด ไม่ทิ้ง ไม่ท้อ เพราะฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันต้องการคืออะไร และฉันจำมันได้เสมอ...... รอก่อนนะ วงในอนาคตของฉัน!!

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ  (1) กูทำงานนิตยสารครัวมากไปเปล่า

                (2) ไวนิล 45 คือ แผ่นเสียงที่มีความเร็วหมุน 45 rmp

                (3) ติดตามอ่านเรื่องวงแบบละเอียดได้ใน นิตยสาร ดีดีที  5555

                (4) หนังถ่ายทำเสร็จสิ้นไปแล้ว

                (5) ค่าย Daptone เกิดจากการก่อตั้งของหนึ่งในสองผู้บริหาร Desco ที่แยกกัน

 

 

 

 

 

ปกติให้เพลงเดียว วันนี้ให้เป็น Playlist เลยเอ้า

กด play เองนะจ๊ะ

 

 

อันนี้ ภาพแสดงสดที่ฝรั่งเศส

 

 

 

 

edit @ 20 Mar 2008 10:58:34 by GroovyBee

Comment

Comment:

Tweet

แจ่มมากกกก ผึ้ง นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินจากสำนวนการเขียน แล้วยังได้ความรู้ และดนตรีใหม่ๆ ที่ไม่เคยฟังมาก่อนอีก

เดี๋ยวจะตามมาอ่านเรื่อยๆ น่ะจ๊ะ ไว้คราวหน้านัดกันแล้วจะไปขอลายเซ็น คิกคิก

#11 By Earth (58.136.75.185) on 2008-06-24 15:24

ความจริงแม่ผมแกก็ฟังไปเรื่อยอ่ะนะ
จะว่าเปรี้ยวคงไม่ผิด

ลูกกรุง ลูกทุ่ง สตริง ร็อคแอนโรล์ หรือเพลงสากลแกฟังไปหมดครับ ฟังไปเรื่อย sad smile

#10 By ปิงกรู on 2008-03-31 02:48

555 วงในอนาคต ขอให้สำเร็จนะครับ

ปล.วง Sharon นี่ แม่ผมชอบฟังนะ double wink

#9 By ปิงกรู on 2008-03-28 12:09

ผึ้งแม่ง...
ฟังเพลงเยอะว่ะ แสดดด

#8 By dewdogdag on 2008-03-27 15:14

อ้าวเบื่อซะแล้วหรือ

#7 By Restless Storm on 2008-03-24 08:32

การรอคอยอันยาวนานของ Sharon

#6 By Restless Storm on 2008-03-24 05:07

การรอคอยอันยาวนานของ Sharon

#5 By Restless Storm on 2008-03-24 05:07

big smile 'ment ไม่ถูก big smile
แต่ชอบ ปล. 1 แบบไม่รู้เหตุผล - น่ารักดีค่ะ อารมณ์นี้ surprised smile

#4 By on 2008-03-21 02:11

ฝันที่เปลี่ยนแปลง ความจริงที่โอนอ่อนตาม ทุกอย่างก็ใกล้ความจริง

#3 By Restless Storm on 2008-03-18 20:51

แวะมา miz นิดนึง ก่อนรีบเข้านอน ไม่ได้อ่านเลยแหละ ช่วงยุ่งมากมาย ไม่ได้ทำอะไรนอกจากงาน งาน งาน

เอาละไปละ บอกละว่าแวะมา mizz
ฝันในครัวหลังบ้าน ทำสเตจขึ้นมาหน่อย เอาตาหลิวเป็นไมค์ลอย เคาะกะทะร้องสนุกทั้งวัน....อย่างน้อยแฟนคลับก็มีหนึ่งหล่ะ

#1 By Restless Storm on 2008-03-17 09:35