หน้านี้ แด่ผู้หญิงอกหัก
posted on 02 Mar 2008 03:35 by groovybeeบล็อก R and B Wannabe ขออุทิศบทเพลงเหล่านี้ให้กับผู้หญิงอกหักทุกคน
1. Tears Dry On Their Own ของ Amy Winehouse
หนึ่งในเพลงที่ฉันชอบมากที่สุดในอัลบั้ม Back to Black ของศิลปินเจ้าของห้าแกรมมี่ Amy Winehouse เอมี่เป็นคนที่อ่อนไหวกับความรักมาก เธอเขียนเพลงนี้หลังจากช่วงที่เธอเลิกรากับแฟนหนุ่ม เมื่อเธอเริ่มจะดีขึ้นจากการอกหัก เธอบอกเราว่า เมื่อเวลาผันผ่าน น้ำตาก็เหือดแห้งเองได้ ตื่นมาฟังตอนเช้าๆรู้สึกเหมือนได้เพิ่มพลังและอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปพร้อมๆกับเธอ
2. Me myself and I ของ Beyoncé
เพลงนี้อยู่ใน Dangerously In Love อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของ Beyoncé เมื่อทัวร์ที่ผ่านมา เธอพูดในคอนเสิร์ตว่า เธอเขียนเพลงนี้ให้กับผู้หญิง ฉันฟังเพลงในเวอร์ชั่นที่อะเร้นจ์ใหม่สำหรับเล่นสดด้วยน้ำตาคลอเบ้า แน่นอนฉันไม่ได้รู้สึกเศร้า เพียงแต่พลังจากเพลงนี้ที่บียอนเซ่มอบให้ผู้ฟังมันถูกส่งผ่านมาถึงตัวฉัน สำหรับฉันแล้ว มันมีพลังในการปลุกใจมากกว่าเพลง Irreplaceble เสียอีก
3. Baby Mama ของ Fantasia
จริงๆแล้วในอัลบั้มชุดแรกของ Fantasia ที่ชื่อว่า Free Yourself นั้นมีเพลงที่เหมาะปลุกใจคนอกหักอยู่หลายเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลง Free Yourself ที่ชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้ม หรือเพลง Ain't Gon Beg You เพลงแรกของชุด แต่เพลงที่มีพลังกระทบใจฉันมากทีสุด กลับเป็นเพลง Baby Mama ที่เธออุทิศให้ กับ Single Mother ทุกคน ถึงแม้ฉันจะไม่มีประสบการณ์ร่วม เพราะไม่เคยเป็นแม่ใคร แต่พลังของผู้หญิงที่เลี้ยงลูกให้เติบโตมาโดยลำพังแบบที่ไม่เคยมีพ่อ มันช่างแข็งแกร่ง และปลุกใจผู้หญิงได้รุนแรงกว่าเพลงอกหักเพลงไหนๆเสียอีก
4. Best of Me และ Be OK ของ Chrisette Michele
ตัดสินใจอยู่นานว่าจะเลือกเพลงไหนดีในอัลบั้มชุด I Am ของ Chrisette Michele ที่มีเพลงให้กำลังใจอยู่มากมาย ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่ได้ ต้องเลือกมาทั้งสองเพลงนี้ เพลงแรกมาจากการโปรดิวซ์ของ Babyface ที่ออกมาสไตล์กึ่ง bossanova เนื้อหาก็ฟังแล้วรู้สึกดีกับตัวเอง และอยากจะอยู่กับคนที่เห็นคุณค่าของเรา ส่วนเพลง Be OK เป็นผลงานโปรดิวซ์ของ will.i.am (จาก black eyed pea) ที่เพลงออกสไตล์วัยรุ่นกว่าเพลงแรก ทั้งดนตรีและเนื้อหาก็บิ๊วมาตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะท่อนฮุคทีร้องว่า I'mma be ok ที่ไม่ได้ร้องเพื่อบอกคนอื่น แต่คอยย้ำเตือนกับตัวเองว่าเราจะต้องไม่เป็นไร
5. No Tears On My Pillow ของ Mya
Mya เป็นศิลปินที่ดังในยุค 90s ฉันได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรกจากเทปคลาสเส็ตอัลบั้มชุด Fear of Flying ของเธอที่ฉันซื้อมาจาก ทาวเวอร์เรคคอร์ด สาขาเดอะมอลล์บางกะปิ ถึงแม้จะมอบเทปนี้ให้กับน้องคนหนึ่งไปแล้ว ฉันก็ไปซื้อซีดีมาเก็บไว้อยู่ดี เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกว่าต้องลุกขึ้นมาเช็ดน้ำตา แล้วไปทำอะไรที่มันมีประโยชน์และควรค่ากับเวลา มากกว่าการนอนร่ำไห้ ฉันชอบท่อนที่ร้องว่า The whole world is waiting for me to explore, I can't waste my time on you anymore มันช่างโดนใจเสียเหลือเกิน
จริงๆแล้ว Mya มีอีกเพลงหนึ่งในอัลบั้มชุดแรกสุดที่แต่งมาสำหรับคนอกหัก อย่าง If You Died I Wouldn't Cry (Cause You Never Loved Me Anyway) ถึงแม้เนื้อร้องจะเขียนสาปแช่งและประชดประชันเอาไว้อย่างแสบสันต์ แต่พอฟังดูแล้วเหมือนยังผูกใจอยู่กับเรื่องเก่าๆ จึงไม่เหมาะกับคนที่พร้อมจะทิ้งอดีตแล้วเริ่มต้นชีวิตที่สดใสใหม่อีกครั้ง
6. Cruz ของ Christina Aguilera
ในยุคที่เธอเป็น Xtina เธอเขียนเพลงสำหรับปลุกใจคนเจ็บเอาไว้หลายเพลง แต่เพลง Cruz เป็นเพลงที่ฉันชอบที่สุด (ขอเขียนถึงสักหน่อย ถึงแม้จะไม่ใช่เพลงอาร์แอนด์บี แต่ คริสติน่า ก็เป็นหนึ่งในศิลปินคนโปรดตลอดกาลของฉัน) เธอร่วมแต่งเพลงนี้กับ Linda Perry อดีตสมาชิกวง 4 non blonde และปัจจุบันเป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์ที่ฮอตสุดขณะนี้ เพลงนี้ถึงแม้จะชื่อเพลง Cruz แต่ไม่มีคำว่า Cruz อยู่ในเพลงเลยสักคำ I'm leaving today, I'm leaving it, leaving it to change แปลกที่เพลงนี้ฟังแล้วกลับรู้สึกมีพลังและรู้สึกสบายใจไปในขณะเดียวกันได้ ทำให้อยากไปจากทีที่เคยจมอยู่ ทิ้งอดีต และออกเดินทางเพื่อไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ปรารถนา
7. Walk Away From Love ของ Mica Paris
เพลงนี้เป็นเพลงเก่าของ David Ruffin ที่ Mica นำมาตีความใหม่ในอัลบั้มชุด Soul Classic ซึ่งอัลบั้มชุดนี้เป็นอัลบั้มโคเว่อร์เพลงเก่าทั้งหมด นำมาปรับดนตรีให้มีซาวด์ทันสมัยแต่ยังไม่ทิ้งกลิ่นอายเดิมเสียเท่าไรนัก เพลงนี้ฟังครั้งแรกฉันรู้สึกขื่นอยู่ในใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันรู้มันเจ็บปวดที่ต้องไปจากคนที่เรายังรัก เพราะรู้ว่าเขาจะทำให้เราเจ็บไปมากกว่านี้ และจะต้องทิ้งเราไปสักวัน เนื้อร้องท่อนสุดท้ายยังก้องอยู่ในหัวของฉัน I'm gonna walk away from love before love breaks my heart...
ฟังเพลงนี้แล้วไพล่ไปนึกถึงเพลง Bad Habit ที่ Kelly Rowland ร้องเดี่ยวเอาไว้ในอัลบั้มชุดสุดท้าย ของ Destiny's Child (ชุด Destiny Fullfilled) มีเนื้อหาเกี่ยวกับ คู่รักที่ผู้ชายมีปัญหาและจากไปหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่กลับมา ผู้หญิงก็ยอมให้อภัยและกลับมาคบเสมอ จนในที่สุดก็ถึงเวลาที่ผู้หญิงรู้สึกว่าพอและจะไม่ยอมนิสัยเสียเหมือนเดิมอีก ถึงแม้เพลงจะมีเนื้อหาที่ไม่เหมือนกัน แต่มีตีมหลักเดียวกันก็คือ การตัดสินใจเพื่อตัวเอง (ถึงแม้จะเจ็บปวดก็ตาม) Destiny's Child เขียนเพลงเฟมินิสต์เอาไว้มากมายนับไม่ถ้วน แต่ฉันรู้สึกว่าในบรรดาเพลงเพื่อนหญิงพลังหญิงเหล่านั้น ไม่มีเพลงไหนที่เข้มแข็งได้เท่าเพลงนี้เลย
8. Bruised But Not Broken ของ Joss Stone
เพลงนี้ดนตรีอาจไม่บิ๊วสักเท่าไรนัก แต่เนื้อร้องจากปลายปากกาของนักแต่งเพลงปากกาทองอย่าง Diane Warren และการร้องที่แสนจะอ่อนไหวและมีพลังของ Joss ทำให้เพลงนี้สร้างกำลังใจให้กับคนที่กำลังเจ็บปวดได้ดีทีเดียว อัลบั้มชุด Introducing Joss Stone นี้ มีเพลงที่ช่วยฟอกความรู้สึกที่ขุ่นมัวให้สดใสขึ้นได้หลายเพลง เช่นเพลง Girl you won't believe it และเพลง Music เป็นต้น
9. I Don't Hurt Anymore ของ Dinah Washington
มาที่เพลงเก่ากันบ้าง Dinah Washington ราชินีเพลงบลูส์ (และหนึ่งในดิว๋าแจ๊ส ของประวัติศาสตร์) ฝากเพลงนี่ไว้ในปี 1954 เวลาที่เรายังเฮิร์ทอยู่ เราอาจจะอยากฟังเพลงที่ร้องว่าเราไม่เฮิร์ทอีกต่อไปแล้วเพื่อช่วยปลุกใจเราบ้าง ยิ่งถ้าได้ร้องตะโกนไปกับเพลง ฉันเชื่อว่ามันสามารถบำบัดความรู้สึกของเราได้ แล้วอีกไม่นานนักมันก็คงจะเป็นเหมือนในเพลงได้จริงๆ...
10. Pack'd My Bag ของ Rufus and Chaka Khan
ถ้าบิ๊วมาทุกวิธีแล้วยังไม่ประสบผลสำเร็จ ขอปิดท้ายด้วยเพลงกวนๆอย่าง Pack'd My Bag ของ Rufus ที่ฟังแล้วคงต้องหายเศร้า (อย่างน้อยก็ขณะที่ฟังเพลงนี้นะ) ตอนต้นเปิดมาด้วยท่อนคอรัสสวยหวาน เนื้อร้องบนเมโลดี้สวยงามร้องว่า ฉันรู้ว่าเธอจะต้องไปปฏิบัติภารกิจที่ยิ่งใหญ่ จักรวาลคอยเธออยู่ ฉันอยู่ด้วยก็คงเป็นตัวถ่วง ไปเสียเถอะนะ ก่อนที่ท่อนหลังจะกลายเป็นฟังก์สุดมันส์ ทีร้องว่า Pack'd my Bag when I'm out the door! ( I don't wanna see you no more) เพลงนี้ ชาก้า คาน เป็นคนแต่งเอง และเธอก็ยังนำมาอะเร้นจ์ใหม่ในอัลบั้มชุดล่าสุด (Funk This) ของเธออีกด้วย
สุดท้ายนี้..
Be a Woman and Be Strong!!
edit @ 3 Mar 2008 11:06:12 by GroovyBee
ชอบเอนทรี่นี้ค่ะ
<<ไฟลุกกลางดึก

เออ..เพลงนี้เหมือนเคยฟังแฮะ หาโหลดดีกว่า เพราะดี
ชอบ idea จังค่ะ
#1 By on 2008-03-02 06:19